กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม พัฒนาบุคลากรในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางและความงามไทยครบทุกมิติ เพื่อยกระดับทั้งในด้านความเชี่ยวชาญ การออกแบบ การสร้างแบรนด์ ตอบโจทย์ผู้บริโภครุ่นใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
![]() |
| นางดวงดาว ขาวเจริญ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม |
นางดวงดาว ขาวเจริญ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม
เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมเครื่องสำอางและความงามของไทยถือเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่มีบทบาทสำคัญทั้งในด้านเศรษฐกิจภายในประเทศและการส่งออก
โดยในปี 2566
ไทยมีมูลค่าการค้าเครื่องสำอางในตลาดโลกประมาณ
1.3 แสนล้านบาท (หรือ 3.79 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ: คำนวณจากอัตราแลกเปลี่ยน
35 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ) หรือเพิ่มขึ้น ร้อยละ 11.45 จากปีที่ผ่านมา
สอดคล้องกับการเติบโตของมูลค่าการค้าเครื่องสำอางของโลก ซึ่งกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมสูงสุด ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว รองลงมาคือ ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม
สบู่ ผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากและฟัน ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกาย และน้ำหอม
ตามลำดับ ซึ่งล้วนแต่มีการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ ๆ
เข้ามาใช้เพื่อยกระดับคุณภาพ ประสิทธิภาพ และสร้างความพึงพอใจแก่ผู้บริโภค (ที่มา : รายงานการศึกษายกระดับเครื่องสำอางไทยให้ตรงใจตลาดใหม่
สำนักงานนโยบายและยุทศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์)
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญไม่น้อยไปกว่าการผลิตสินค้า
คือ “บุคลากร”
ที่มีความรู้ ความสามารถ และเข้าใจในทิศทางของตลาดโลก
การดำเนินกิจกรรมครั้งนี้จึงเป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความพร้อมของบุคลากรไทย
ให้สามารถพัฒนาและยกระดับทั้งในด้านความเชี่ยวชาญ การออกแบบ การสร้างแบรนด์
และการตอบโจทย์ผู้บริโภครุ่นใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) ดำเนินการตามนโยบาย
“ดีพร้อมคอมมูนิตี้ ที่นี่มีแต่ให้” ของ นางสาวณัฏฐิญา
เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ในการสนับสนุนพลังสร้างสรรค์ หรือ Soft
Power ของประเทศไทย ผ่านการส่งเสริมและสนับสนุนอุตสาหกรรมไทยด้วย
6 กลไกที่สำคัญ คือ
- การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก
- การใช้เทคโนโลยี ดิจิทัล นวัตกรรม และความคิดสร้างสรรค์
- การเข้าถึงแหล่งเงินทุน
- การเชื่อมกับสิทธิประโยชน์
- การเชื่อมโยงเครือข่ายพันธมิตร และ
- การผลักดันธุรกิจสู่สากล
- การวิเคราะห์เชิงลึก โดยผู้เชี่ยวชาญช่วยวิเคราะห์ปัญหาและแนะแนวทางแก้ไข
- การใช้ความคิดสร้างสรรค์ มาเชื่อมโยงให้เกิดเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน
- การเชื่อมโยงเครือข่ายพันธมิตร ที่ดำเนินการผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ทำให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน และพัฒนาไปสู่การเป็นพันธมิตรทางธุรกิจในอนาคต
ทั้งนี้คาดว่ากิจกรรมนี้จะก่อให้เกิดรากฐานที่มั่นคงในการพัฒนาอุตสาหกรรมเครื่องสำอางและความงามในประเทศไทยให้เติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป


