(ชลบุรี, 16 กุมภาพันธ์ 2569) – บรรยากาศที่สยามคันทรีคลับ โอลด์คอร์ส พัทยา จังหวัดชลบุรี เริ่มคึกคักตั้งแต่เช้าวันนี้ เมื่อ ลิเดีย โค ยอดโปรสาวสมาชิกหอเกียรติยศของแอลพีจีเอ (Hall of Fame) จากนิวซีแลนด์ อดีตมือหนึ่งของโลกและเจ้าของแชมป์แอลพีจีเอ 23 รายการ รวม 3 เมเจอร์ เดินทางถึงประเทศไทยและลงซ้อมอย่างจริงจัง เตรียมความพร้อมก่อนเปิดศึก “ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2026” ระหว่างวันที่ 19–22 กุมภาพันธ์นี้
| ลิเดีย โค |
การกลับมาร่วมแข่งขันที่ประเทศไทยของลิเดีย โค ในปีนี้ นับเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2023 โดยเธอเผยถึงความรู้สึกในช่วงเริ่มต้นสัปดาห์การแข่งขันว่า “การได้เริ่มต้นสัปดาห์แข่งขันในเอเชียที่ประเทศไทยเป็นเรื่องที่ดีมากค่ะ สยามคันทรีคลับ โอลด์คอร์ส เป็นสนามที่ทดสอบทุกองค์ประกอบของเกม ทั้งด้านกลยุทธ์ ความแม่นยำ และความอดทน ดังนั้นการใช้เวลาฝึกซ้อมเพื่อทำความคุ้นเคยกับสนามจึงสำคัญมาก”
เจ้าของ 3 เหรียญโอลิมปิก (ทองแดง ปี 2016, เงิน ปี 2020 และทอง ปี 2024) กล่าวเพิ่มเติมว่า “เป้าหมายหลักของฉันคือการรักษาความสม่ำเสมอ เพราะการแข่งขันในแอลพีจีเอทัวร์แข็งแกร่งมาก ทุกสัปดาห์ให้ความรู้สึกเหมือนเล่นเมเจอร์ ฉันจึงต้องเตรียมตัวให้พร้อมเสมอกับการแข่งขันตลอดทั้งสี่รอบ การได้กลับมาเมืองไทยครั้งนี้เป็นสิ่งที่ตั้งตารอคอย แฟนกอล์ฟที่นี่คอยตามเชียร์และให้กำลังใจอย่างอบอุ่น ทำให้รายการนี้พิเศษมากค่ะ”
เธอปิดท้ายด้วยเป้าหมายที่ชัดเจนสำหรับสัปดาห์นี้ว่า “เป้าหมายของฉันในสัปดาห์นี้ เรียบง่ายค่ะ คือเล่นให้มั่นคง มีสมาธิอยู่กับเกมของตัวเอง หากทำได้ตามนั้นก็ถือว่าน่าพอใจมากแล้วค่ะ”
| อากิเอะ อิวาอิ |
นอกจากลิเดีย โค แล้ว บรรดานักกอล์ฟระดับโลกต่างทยอยเดินทางถึงประเทศไทยและเริ่มลงฝึกซ้อมเช่นกัน นำโดย มิยู ยามาชิตะ, อายากะ ฟุระเอะ, ยูกะ ซาโสะ, อากิเอะ อิวาอิ และซิซซี อิวาอิ สองพี่น้องฝาแฝดจากญี่ปุ่น รวมถึง ยูริ โยชิดะ และริน โยชิดะ สองพี่น้องดาวรุ่ง รัวหนิง หยิน จากจีน, เซลีน บูติเยร์ จากฝรั่งเศส, เจนนิเฟอร์ คัพโช จากสหรัฐอเมริกา
| อายากะ ฟุระเอะ |
ขณะที่กลุ่มนักกอล์ฟเกาหลีใต้ นำโดย ฮโยจู คิม, เซยอง คิม, จินยอง โค และอาริม คิม ต่างลงซ้อมอย่างต่อเนื่อง โดยทั้งหมดล้วนมีดีกรีแชมป์เมเจอร์ สะท้อนถึงคุณภาพสนามแข่งขันที่เข้มข้นในปีนี้ ด้านกลุ่มแชมป์เมเจอร์จากประเทศอื่น ๆ ที่ร่วมแข่งขัน ได้แก่ ฮันนาห์ กรีน และ เกรซ คิม จากออสเตรเลีย, บรู๊ค เฮนเดอร์สัน จากแคนาดา, มายา สตาร์ค จากสวีเดน และ อัลลิเซน คอร์พุซ จากสหรัฐอเมริกา โดยปีนี้มีนักกอล์ฟดีกรีแชมป์เมเจอร์เข้าร่วมถึง 18 คน รวม 24 แชมป์ และแชมป์แอลพีจีเอรวมกันทั้งสิ้น 173 รายการ
| เมียว-ปาจรีย์ อนันต์นฤการ |
ขณะเดียวกัน นักกอล์ฟไทยทั้ง 8 คน ต่างลงฝึกซ้อมอย่างมุ่งมั่นเพื่อเตรียมสร้างผลงานต่อหน้าแฟนกอล์ฟชาวไทย นำโดย จีโน่-อาฒยา ฐิติกุล มือหนึ่งของโลก เจ้าของแชมป์แอลพีจีเอ 7 รายการ, เม-เอรียา จุฑานุกาล อดีตมือหนึ่งของโลก เจ้าของ 12 แชมป์แอลพีจีเอ รวม 2 เมเจอร์ และแชมป์รายการนี้ปี 2021, พราว-ชเนตตี วรรณแสน (2 แชมป์แอลพีจีเอ), เมียว-ปาจรีย์ อนันต์นฤการ (2 แชมป์แอลพีจีเอ), โม-โมรียา จุฑานุกาล (3 แชมป์แอลพีจีเอ), แหวน-พรอนงค์ เพชรล้ำ, เอพริล-ชนกนันท์ อังกุระเศรณี จากรอบคัดเลือก และ ปริม ปราชญ์นคร นักกอล์ฟสมัครเล่นเจ้าของ 2 เหรียญทองซีเกมส์ ปี 2025
| โม-โมรียา จุฑานุกาล |
การแข่งขันกอล์ฟสตรีระดับโลก “ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2026” ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 19 ระหว่างวันที่ 19–22 กุมภาพันธ์ 2569 ณ สยามคันทรีคลับ โอลด์คอร์ส พัทยา จังหวัดชลบุรี ชิงเงินรางวัลรวม 1.8 ล้านดอลลาร์ฯ (ประมาณ 60 ล้านบาท)
| พราว-ชเนตตี วรรณแสน |
เปิดจำหน่ายบัตรแล้วทางเว็บไซต์ hondalpgathailand.com โดยบัตรเข้าชมวันพฤหัสบดี–ศุกร์ ราคา 500 บาทต่อวัน, วันเสาร์–อาทิตย์ ราคา 700 บาทต่อวัน, บัตรสองวัน (เสาร์–อาทิตย์) ราคา 1,200 บาท และบัตรชมทั้ง 4 วัน ราคา 1,600 บาท พร้อมสิทธิพิเศษสำหรับผู้ถือบัตรเครดิตและบัตรเดบิตบีเฟิสต์ ธนาคารกรุงเทพ รับส่วนลดสูงสุด 15%
นอกจากนี้ ผู้ชมอายุต่ำกว่า 16 ปี และมากกว่า 60 ปี สามารถลงทะเบียนเข้าชมการแข่งขันได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และรับชมการถ่ายทอดสดได้ทาง PPTV HD ช่อง 36 และ AIS Play
เกี่ยวกับฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์
การแข่งขันกอล์ฟสตรี ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ เริ่มจัดการแข่งขันตั้งแต่ปี ค.ศ.2006 ได้รับการสนับสนุนหลักจากกลุ่มบริษัทฮอนด้าในฐานะผู้นำด้านเทคโนโลยีการขับเคลื่อน โดยดำเนินการจัดงานและเผยแพร่การแข่งขันโดย ไอเอ็มจี สำหรับการแข่งขันปี ค.ศ. 2026 จะเป็นการแข่งขันครั้งที่ 19 ฮอนด้าได้สนับสนุนการแข่งขันผ่านความร่วมมือของ 3 บริษัทชั้นนำ ได้แก่ บริษัท เอเชี่ยนฮอนด้ามอเตอร์ จำกัด สำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย พร้อมด้วย บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำด้านรถยนต์ และ บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด ผู้นำด้านรถจักรยานยนต์และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ การแข่งขันรายการนี้ถือเป็นทัวร์นาเมนต์สำคัญของ แอลพีจีเอ ทัวร์ และเป็นรายการกอล์ฟระดับโลกรายการเดียวในประเทศไทย ซึ่งถือเป็นเวทีสำคัญที่เปิดโอกาสให้นักกอล์ฟทั้งมือสมัครเล่นและมืออาชีพได้แสดงศักยภาพความสามารถด้านกีฬากอล์ฟในระดับสากล และยังช่วยยกระดับประเทศไทยให้เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทาง